

2. ญี่ปุ่นจะเล่นแบบไหนในการพบกับไทยที่ไซตามะ สเตเดียม ในวันที่ 28 มีนาคมนี้?
แดน ออโลวิตช์
ผมคิดว่าพวกเราน่าจะเห็นแทคติกที่คล้ายกับเกมกับยูเออี (และไทยที่เจอไปเมื่อเดือนกันยายน) นั่นก็คือ 4-2-3-1 ญี่ปุ่นอาจจะเล่นด้วยความมั่นใจมากกว่าเดิม เพราะว่าไทยไม่ได้ถูกมองว่าเป็นงานยากเหมือนกับยูเออี
ญี่ปุ่นขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายเป็นหลักในเกมพบยูเออี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเก็งกิ ฮารางุจิ ที่ลงมาเป็นกองหน้าตัวต่ำเพื่อสนับสนุน ยูยะ คุโบะ และ ยูยะ โอซาโกะ ส่วน ฮิโรกิ ซาคาอิ ก็สร้างเกมบุกได้หลายต่อหลายครั้งจากกราบขวา จริงๆแล้วญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในทีมที่ครอสบอลได้ดีที่สุดของเอเชีย แต่ไม่มีกองหน้าที่ไว้ใจได้เลย
แม้พวกเขาเล่นเกมรับมากกว่าปกติในเกมพบกับยูเออี แต่ในเกมพบกับไทย พวกเขาน่าจะเพรสซิ่งอย่างหนัก และเน้นการครองบอลและถ่ายบอลเป็นหลัก และทำประตูให้ได้แต่เนิ่นๆ พวกเขาจะเล่นเพื่อให้ยิงให้ได้อย่างน้อย 2 ประตูในครึ่งแรก และทำให้เกมขาดลอยตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากออสเตรเลียเสมอกับอิรัก
เซซาเร โปเลงกี
เนื่องจาก ฮาลิลฮอดซิช ยังคงพยายามหา 11 ตัวจริงที่ไว้ใจได้ ผมคิดว่าเกมนี้จึงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่าคางาวะน่าจะไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง ฟอร์มการเล่นของเขาในทีมชาติย่ำแย่มากในปีนี้ คนอื่นควรได้รับโอกาสมากกว่า ถ้าเกมออกมาดี เราอาจจะได้เห็นตัวสำรองลงเล่นตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง แต่ถ้าญี่ปุ่นไม่สามารถทำประตูได้ บางทีพวกเขาอาจจะส่งกองหน้าลงมาเพิ่ม และเปลี่ยนแผนบุกเป็น 4-3-3
เคซุเกะ โฮริเอะ
การไม่มีโอซาโกะเป็นเรื่องที่ใหญ่มากของญี่ปุ่น โอซาโกะ สามารถเล่นเป็นกองหน้าตัวค้ำ และเกมบุกของญี่ปุ่นก็มีจุดเริ่มต้นมาจากเขา เกมพบกับไทย ฮาลิลฮอดซิช ต้องใช้โอคาซากิ หรืออาซาโนะ ทั้งคู่มีลักษณะต่างจากโอซาโกะ พวกเขาอาจจะมีความเร็วมากกว่า แต่ไม่ใช่กองหน้าตัวค้ำที่ดีนัก