ฟุตบอลไทย ทีมชาติไทย

FIVE SWEET SPOTS: 5 ประเด็นน่าสนใจหลังเกมไทยอุ่นเครื่องชนะเคนยา

ทีมชาติไทย อุ่นเครื่องเอาชนะ เคนยา ด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูชัยของ ธีรศิลป์ แดงดา ในการรับใช้ชาติเกมที่ 100 ของ ดัสกร ทองเหลา ที่สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม เป็นเกมทีมชาติส่งท้ายปีนี้ ก่อนที่นักเตะทุกคนจะกลับไปรับใช้สโมสรในช่วงปลายฤดูกาล ที่ต้องลุ้นแชมป์ในลีกและฟุตบอลถ้วย  และนี่คือ คะแนนความสามารถของนักเตะช้างศึกทุกคนในเกมนี้

คลิกที่มุมขวารูปเพื่ออ่านหน้าต่อไป

เกมที่ 100 ของดัสกร

ดาวเตะจอมเก๋าที่ติดทีมชาติไทยครั้งสุดท้ายในศึกคิงส์คัพครั้งที่ 42 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ และได้ยิงประตูสุดท้ายในนามทีมชาติไทย ในเกมกับเกาหลีเหนือ หลังจากนั้นตัวเลขในการรับใช้ชาติของเขาหยุดอยู่ที่ 99 ครั้งเป็นเวลากว่า 4 ปี ซึ่ง ที่มีคลื่นลูกใหม่ในทีมชาติไทย ขึ้นมาแทนอยู่เสมอ แม้แต่เจ้าตัวคงยอมรับว่าน่าจะหมดโอกาสลงเล่นเกมที่ 100 ในนามทีมชาติ แม้ไม่ได้ประกาศเลิกเล่นอย่างเป็นทางการ

แต่สถานะในทีมชาติน่าจะเป็นเส้นขนาน เพราะอายุที่มากขึ้นทุกวัน และตัวเลือกที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆวัน แต่ว่าในเกมกับเคนยา ดัสกร ทองเหลา ได้รับโอกาส ที่ยอดเยี่ยม จากนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้ลงเล่นเกมที่ 100 ด้วยการเป็นตัวจริง พร้อมสวมปลอกแขนนำลูกทีมลงสนามแม้ว่าจะอยู่ในสนามราว 30 นาที แต่เชื่อว่ามันจะเป็น 30 นาทีที่เขาจะจดจำมันไปตลอดชีวิต รวมไปถึงพิธีการในช่วงจบเกม

ท้ังหมดทั้งมวลน่าจะเป็นไฟให้นักเตะรุ่นหลังได้เห็นในการรับใช้ทีมชาติให้ได้รับเกียรติและการยกย่องเชิดชูเหมือนอย่างที่ ดัสกร ได้รับ

บรรยากาศที่แปลกตา

ปกติแล้วแฟนบอลทีมชาติไทย ย่อมคุ้นชินกับการที่ทีมชาติจะลงเล่นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่เป็นสนามเหย้าของทีม หรือบางครั้งที่ สนามศุภชลาศัยบ้าง ซึ่งทุกสนามที่กล่าวมาล้วนมีลู่วิ่งมาขวางกั้น อยู่เสมอ ทำให้การดูเกมในนามทีมชาติไทย จะมีความห่างไกล ไม่เหมือนในสโมสร ที่หลายสโมสรส่วนใหญ่เป็นสนามฟุตบอลแบบไม่มีลู่วิ่งทำให้บรรยากาศใกล้ชิดกันมากขึ้น การส่งเสียงเชียร์ ไปถึงนักเตะมากขึ้น

และในเกมนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลเลือกใช้สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม ในการรับมือกับ เคนยา ทำให้บรรยากาศในการลงเล่นทีมชาติของนักเตะ และแฟนบอลแตกต่างออกไป ทุกอย่างดูใกล้ชิดกันมากขึ้น แฟนบอลได้เห็นนักเตะเต็มตามากขึ้น เชื่อว่าแฟนบอลไทยหลายคนยังคงฝันว่าซักวันทีมชาติไทยจะมีสนามเหย้า แบบไม่มีลู่วิ่งมาขวางกั้น

มีผลกับอนาคตของราเยวัช

แม้ว่าจะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่อง แต่ผลการแข่งขันเกมนี้นอกจากจะมีคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้ง มาเป็นเดิมพันแล้วยังจะมีผลกับ อนาคตของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย ที่ทำงานครบ 6 เดือนพอดี ซึ่งเท่ากับการ สัญญาของเขาได้ผ่านไปครึ่งทางเป็นที่เรียบร้อย

หลังเซ็นสัญญากับสมาคมเป็นเวลา 1 ปีเต็ม หลังจากจบเกมนี้แล้ว ทีมชาติไทยจะไม่มีโปรแกรมแข่งขันภายในปีนี้ น่าจะเป็นเวลาที่ สมาคมฟุตบอล และตัวเขาเองได้ประเมินอย่างเต็มที่กับผลงานที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้ก็น่าจะมีผลกับอนาคตของ กุนซือชาวเซอร์เบีย และทีมงานในการประเมินว่าจะได้ไปต่อกับทีมชาติไทยหรือไม่ เพราะด้วยสัญญาที่เหลืออีก 6 เดือน ซึ่งเป็นเวลาที่ทั้งทีมชาติไทย และ ตัวกุนซือเอง สามารถจะเจรจากับทีมใหม่ได้ เกมกับเคนยา จึงเหมือนการสอบกลางภาคที่สำคัญของ ราเยวัช

ขยับอันดับโลก

หลังจากจบเกมนัดนี้แล้ว ทีมชาติไทยมีโอกาสที่จะขยับอันดับโลกขึ้นไปหลายอันดับ เนื่องจากสามารถเอาชนะทีมที่มีอันดับโลกเหนือกว่าไปหลายอันดับได้ ในเกมที่ฟีฟ่ารับรองอย่างเป็นทางการ

โดยการที่ทีมชาติไทยที่อยู่อันดับที่ 137 ของโลก สามารถเอาชนะ เคนยา ทีมอันดับที่ 88 ของโลกได้ จะทำให้ช้างศึกได้คะแนนในฟีฟ่าแรงกิ้งเป็นจำนวน 286 แต้ม ซึ่งจากผลงานดังกล่าว น่าจะทำให้ทีมชาติไทย ขยับอันดับโลกขึ้นไปได้หลายอันดับ ในการประกาศของฟีฟ่าในครั้งต่อไป ถือเป็นแมตช์โกยแต้มส่งท้ายปีนี้ของทีมช้างศึก

ได้เวลาเต็มที่กับสโมสร

หลังจากจบอุ่นเครื่องกับ เคนยา ตอนนี้นักเตะทีมชาติไทยทุกคนจะได้กลับไปลงเล่นกับสโมสรอย่างเต็มที่หลังจากที่โปรแกรมในระยะหลังมี โปรแกรมของทีมชาติไทยเข้ามาแทรกตลอดไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก, ฟุตบอลคิงส์คัพ และ ฟุตบอลซีเกมส์ ทำให้การแข่งขันในสโมสรจะต้องแข่งๆ หยุดๆ และมีโปรแกรมอัดแน่นเป็นกระจุก

ซึ่งหลังจากที่จบเกมนี้แล้วทีมชาติไทยจะไม่มีโปรแกรมลงแข่งขันในปีนี้อีกแล้ว  เพราะว่าไม่มีรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ที่มักจะแข่งขันปลายปีอยู่ ทำให้นักเตะทุกคนจะได้กลับไปทุ่มเทกับสโมสรอย่างเต็มที่ ในการช่วยทีมลุ้นแชมป์ทั้งในฟุตบอล โตโยต้าไทยลีก หรือฟุตบอลถ้วยอย่าง ช้างเอฟเอคัพ และ โตโยต้าลีกคัพ ที่จะกลับมาแข่งขันกันทันทีที่หมดช่วงเบรกทีมชาติไทย และมีเกมระดับซูเปอร์บิ๊กแมตช์ที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะปะทะกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รออยู่ ซึ่งเกมนี้นักเตะทีมชาติไทยหลายคนจะต้องหันมาห่ำหั่นกันเองด้วย