
ไทรบ์ : เชียร์โคราชมานาน เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
น้องแมว : สวาทแคทมันมีอย่างหนึ่งยังไม่ลงตัว คือทุกคนมองว่าโคราชเป็นจังหวัดใหญ่ มันทำให้กดดันว่าสโมสรต้องยิ่งใหม่ตามจังหวัด จริงๆแล้วสโมสรไม่ใหญ่ขนาดนั้น แต่เรื่องระบบการดำเนินงาน มันยังไม่มีใครที่รู้ลึกเรื่องฟุตบอลมาก และมีการเปลี่ยนผู้บริหารค่อนข้างบ่อย แต่เขาก็ทำอะไรดีๆไว้เยอะ จนคนล่าสุดเขาลงมาทำจริงๆ มีการประชุมตลอดเวลา ทำให้เห็นว่ามันไปทิศทางดีขึ้น และอาจได้เห็นทีมไปอยู่ที่สูงขึ้น และในอนาคตอาจจะพูดได้เต็มปากว่าเราคือทีมใหญ่
ไทรบ์ : แล้วนักฟุตบอลล่ะ มีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง
น้องแมว : นักฟุตบอลตั้งแต่ดิวิชั่นสองยันไทยลีก มันต่างกันไป แอสการ์ดไม่ใช่สถานที่แต่เป็นผู้คน หรือเปล่า?
ไทรบ์ : อะไรนะ?
น้องแมว : มันเป็นคำพูดหล่อๆพ่อของธอร์อ่ะ เออนั่นแหละไปหาเองและกัน แต่สวาทแคทมันคือสถานที่ เอ้ยงง น้องแมวไม่เอาและ ช่างมัน
ไทรบ์ : ได้หรอแบบนี้
น้องแมว : เอาใหม่ๆ ถ้าพูดถึงนักฟุตบอลแต่ละยุคมันต่างกัน แต่จะมีสิ่งที่เหมือนกันคือ มันจะแนบอลที่ต้องวิ่งและสู้ ทุ่มเท นั่นคือโคราช สำหรับเล่นสวยงามแต่ไม่ไล่บอล เปล่าประโยชน์ กองเชียร์ชอบมากไล่บี้ ไล่บีบพื้นที่ ขึ้นสุดลงสุดตลอด 90 นาที พอแฟนบอลเห็นแบบนี้ มันรู้สึกว่า นี่แหละทีมเขา รูปแบบที่เขาชอบ เล่นเป็นทีม นักฟุตบอลเก่งแค่ไหน ไม่มีความทุ่มเท ก็จบ แอสการ์ดไม่ใช่ผู้คน โอ้ยน้องแมวมันติดอยู่ในหัวเนี่ย ฮ่าฮ่า
ไทรบ์ : พอกับแอสการ์ดเถอะ และนักเตะที่ชอบ ชอบคนไหน
น้องแมว : ชอบ กิตติ โสระโร อดีตนักเตะทีมชาติไทย เขาเป็นนักเตะแบบอย่างที่ดีของรุ่นน้องตั้งแต่แกเล่นฟุตบอล ไม่ยอมแพ้ กระตุ้นเพื่อนร่วมทีม เป็นกัปตันที่ดี และเป็นพี่ชายที่ดีของน้องๆที่เราได้สัมผัส แต่ทุกวันนี้ชอบหลายคน แต่น้องแมวไม่หลายใจนะจ๊ะ
ไทรบ์ : มีคนสงสัยไหมว่าเราเป็นน้องแมว
น้องแมว : เขาก็แอบสงสัยนะ แม้กระทั่งแฟนบอล เดินมาถามโต้งๆว่าใช่แอดมินน้องแมวหรือป่าว นักเตะเขาระแคะระคาย แต่เชื่อว่าบางคนก็รู้นะ ผมคิดว่าบางคนก็ไม่อยากรู้หรอก รู้แล้วก็หมดสนุกสิ อีกอย่างก็ไม่มีหลักฐานด้วย ใครจะบอกล่ะ อิอิ
ไทรบ์ : เอ้อ เจอน้องแมวแล้วนึกขึ้นได้ จะทำสติ๊กเกอร์ไลน์ไหม สโมสรอื่นเขาก็ทำกันนะ
น้องแมว : สติ๊กเกอร์ไลน์กำลังทำ อยู่ในช่วงกำลังออกแบบอยู่ จริงๆเขาให้ทำ 40 แบบส่งไปให้ตรวจ ตอนนี้ทำไปได้แค่ 10 แบบ เบื่อและ พักก่อน แมวเบื่อ รอฟิลลิ่งมาก่อนนะจ๊ะ
ไทรบ์ : ปีนี้ไทยลีกตกชั้น 5 ทีม น้องแมวหวั่นไหม
น้องแมว : ยอมรับว่ากังวลมาก แต่ผ่านมา 3 เกม แฟนบอลในบ้านเยอะขนาดนี้ เสียงเชียร์เต็มกำลังแบบนี้ นักบอลวิ่งสู้ขาดใจ เรามองว่าแฟนบอลเราไม่ยอมให้ทีมตกชั้นไปง่ายๆแน่นอน เพราะเรามีความรู้สึกว่า สโมสรกับแฟนบอลใกล้ชิดกันมากแล้ว ส่วนนี้จึงทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกันมากกว่าปีที่ผ่านๆมา และ แฟนบอลหลายคนวางอคติที่มีแล้วเดินเข้ามาส่งเสียงเชียร์ในสนามมากกว่าที่จะนั่งด่าทีมที่ตัวเองเชียร์อยู่หน้าจอทีวี
ไทรบ์ : น้องแมวคิดว่าตัวเองเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แฟนบอลสวาทแคทเข้ามาดูบอลในสนามมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนไหม
น้องแมว : อันนี้เราไม่กล้ารับไว้ เรามองว่าความทุ่มเทของทุกฝ่ายมันชัดเจนจนแฟนบอลรู้สึกได้ แต่แฟนบอลหลายคนพิมพ์บอกว่ากลับมาดูเพราะสนุกกับการติดตามเพจ ทำให้อยากกลับมาสนาม มันใกล้ชิดและเป็นกันเอง พิมพ์มาเยอะพอสมควรทั้งในโพสต์และในข้อความ น้องแมวก็ดีใจนะ น้ำตาจะไหลเลย
น้องแมวหวั่นจำนวนแฟนบอล ไม่ใช่แค่ตัวน้องเอง ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ซึ่งแฟนบอลในนัดแรกที่เข้ามาเยอะ โอ้โหไม่คาดคิดเลยนะ จะมาหลักหมื่น ทำให้การดูแลแมตช์แรกไม่ดี แต่โชคดีที่ว่าประธานรับฟังแฟนบอล ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขี้นก เก้าอี้ ห้องน้ำ การเปิดปิดประตู ทำให้เขาทำงานง่ายขึ้น และได้มีการปรับปรุงทุกอย่าง ทำให้ได้ใจแฟนบอล เพราะเขาถามและเขาทำจริง มีการเรียกประชุมทีมทันทีเพื่อแก้ไขให้มันดีขึ้น
