ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ภายใต้การนำทัพของ โซรัน ยานโควิช กุนซือชาวเซอร์เบีย ประเดิมรายการ เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยส์ชิพ ด้วยการพ่ายแพ้ให้แก่ เกาหลีเหนือด้วยสกอร์ 1-0 จากการเสียประตูให้ รี ฮุน ตั้งแต่ช่วงต้นเกม ในเกมที่ทีมช้างศึกU23 มีโอกาสที่จะกลับมาแต่ก็ทำไม่ได้ ทำให้เปิดสนามเกมแรกไม่มีคะแนนติดมือ ก่อนที่นัดที่สองจะต้องเจอทีมแกร่งอย่าง ญี่ปุ่น ในวันที่ 13 มกราคม และนี่คือคะแนนความสามารถของนักเตะทุกคนในเกมนี้
กด NEXT เพื่อร่วมติดตามไปกับเรา
น่าเสียดายที่ไม่ได้ใช้ผู้เล่นที่ดีที่สุด
ก่อนเริ่มทัวร์นาเม้นท์นี้ โซรัน ยานโควิช ได้รับข่าวร้ายเมื่อ มีนักเตะที่เป็นตัวหลักจากชุดซีเกมส์ ถอนตัวไปถึงสามคนได้แก่ นักเตะจาก สโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด อย่าง สุริยา สิงห์มุ้ย ,พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล และ ชินภัทร์ ลีเอาะ ที่ถอนตัวเพราะมีอาการบาดเจ็บไปก่อนหน้านี้ แต่ในวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมาในเกม ปรีซีซั่นนัดแรกของฤดูกาลในรายการ ลีโอ คัพ สองคนแรกกลับออกสตาร์ท เป็นตัวจริงให้กว่างโซ้ง และเล่นได้โดยที่ไม่ได้มีปัญหาอาการบาดเจ็บ เช่นกันกับ ชินภัทร ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ กุนซือชาวเซอร์เบียไม่ได้ใช้นักเตะที่ดีที่สุดในรายการสำคัญเช่นนี้ และเมื่อเปรียบเทียบตามตำแหน่ง ในตำแหน่งแบ้กซ้ายที่ สหรัฐ ปองสุวรรณ หรือกองกลางของ รัตนากร ใหม่คามิ และ ชินภัทร ล้วนเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานในเกมแรก หากว่ามีตัวเลือกเพิ่มมากกว่านี้ การจัดทีมของโซรันจะมีทางเลือกมากกว่านี้ก็เป็นได้
ปัญหาแนวรับที่แก้ไม่ตก
การลงเล่นด้วยผลงานสุดยอด เสียเพียงแค่ 1 ประตูในซีเกมสื คงบ่งบอกอะไรไม่ได้ เมื่อทีมชุดนี้จะต้องยกระดับมาเล่นในระดับเอเชีย อย่างที่เราเห็นไปก่อนหน้านี้แล้ว ในรายการฟุตบอล M-150 Cup ที่ทีมชาติไทยเสียท่า เสียประตูในทุกๆเกมที่ลงเล่นสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาในแนวรับ ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่จะต้องเร่งแก้ไขกับการเล่นในทีมที่แข็งแกร่งกว่า ในทวีปเอเชีย แต่แค่ 4 นาทีของเกม ทีมชาติไทย ก็มาพลาดท่าเสียประตูไปอย่างง่ายดายจากจังหวะเสียสมาธิ เช็กล้ำหน้าผิดพลาด เพียงเท่านี้ก็ทำให้ทีมชาติไทยต้องตกเป็นรองตั้งแต่ต้นเกม และกลายเป็นเกาหลีเหนือที่ได้เปรียบคุมเกมอยู่ตลอดเวลา และยังมีโอกาสลุ้นประตูเพิ่มอยู่เรื่อยๆ สิ่งนี้คือปัญหาที่ โซรัน จะต้องแก้ให้ตกก่อนที่จะเจอทีมที่แกร่งที่สุดในสายอย่างญี่ปุ่นในเกมถัดไป
สนับสนุนเจนรบ
ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี มีนักเตะแดนหน้าที่ไว้ใจได้เพียงแค่คนเดียว คือ เจนรบ สำเภาดี และยังมีโชคร้ายที่คนที่พอจะเล่นแทนได้อย่าง สิทธิโชค กันหนู ก็มามีอาการบาดเจ็บ ซึ่งในเกมแรกกับเกาหลีเหนือ กองหน้าป้ายแดงของสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้งัดเอาจุดเด่นคือความแข็งแกร่งของตัวเองออกมาช่วยเก็บบอลในแดนหน้า เพื่อทำทางให้เพื่อนร่วมทีม แต่กลายเป็นว่านักเตะที่จะต้องมาช่วยสนับสนุนเกมรุกอย่าง พิชา, สุภโชค และ ชัยวัฒน์ ยังอยู่ห่างจากเขาเกินไป ทำให้หลายครั้งถูกความแข็งแกร่งของ ผู้เล่นเกาหลีเหนือ รุมกินโต๊ะ และพยายามที่จะตัดฟาล์วตั้งแต่กลางสนาม ทำให้เกมรุกของไทยขาดความต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ ทั้งโค้ชและผู้ช่วยทีมชาติไทยที่มีดีกรี เป็นถึงสุดยอดกองหน้าของทั้งทีมชาติ บัลแกเรีย และทีมชาติไทย จะต้องให้คำแนะนำ แก่ เจนรบ รวมไปถึงแก้ปัญหานี้โดยด่วน
ฟ้าไม่เป็นใจ
ในความพ่ายแพ้ ต่อเกาหลีเหนือ นอกจากฟอร์มการเล่นที่ต้องยอมรับว่ารูปเกมของไทยเป็นรองแล้ว ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เป็นใจให้กับทีมนัก ตั้งการตัดสินของผู้ตัดสินชาวจอร์แดน ที่ปฏิเสธที่จะให้จุดโทษแก่ทีมช้างศึกชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ตอนที่สกอร์ตามหลัง ในจังหวะที่ ชัยวัฒน์ บุราณ โดนเกี่ยวล้มในกรอบเขตโทษ ซึ่งอยู่ในขอบเขตที่จะให้จุดโทษได้ รวมไปถึงจังหวะโขกของ ศฤงคาร พรหมสุภะ ที่โหม่งจ่อๆระยะไม่ถึง 5 หลาหน้าปากประตูโล่งๆแต่บอลไปชนคานอย่างน่าเสียดายและ จังหวะที่กัปตันทีมอย่าง เจนรบ สำเภาดี เปิดบอลไปติดมือของผู้เล่นเกาหลีเหนือในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินก็ปฏิเสธไม่ให้จังหวะดังกล่าวเป็นจุดโทษ ซึ่งหากเปลี่ยนจังหวะในจังหวะหนึ่งเป็นประตู บางทีช้างศึก U-23 อาจจะไม่ได้เดินออกจากสนามแบบมือเปล่าก็ได้
มีสิทธิ์กลับบ้านเกมหน้า
เกมแรกสำหรับฟุตบอลทัวร์นาเม้นท์ แบบแบ่งกลุ่มเป็นอะไรที่ยากเสมอ ทั้งการลงเล่นในเกมแรกที่จะต้องปรับตัวกับทุกๆอย่าง การเจอกับเกาหลีเหนือ เหมือนกับการเจอกับทีมที่จะต้องแย่งกันเข้ารอบ เพราะว่าในสายนี้ ญี่ปุ่น ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์กลุ่มไปครอง เพราะฉะนั้นอันดับที่ 2 จึงจะต้องไปแย่งกันอีกสามทีมโดยมี ปาเลสไตน์ เป็นตัวแปรที่สำคัญ การพ่ายแพ้ในเกมแรกของทีมชาติไทย ทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากทันที เพราะว่าในเกมต่อไปที่จะลงสนามในเกมที่สองคือการพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ในวันที่ 13 มกราคม ซึ่งหากว่าทีมช้างศึกพ่ายก็เท่ากับหมายความว่า พวกเขาแทบจะเก็บเสื้อผ้ากลับบ้านได้เลย เพราะฉะนั้นในเกมหน้าคือเกม Do It or Die ของ โซรัน ยานโควิช และลูกทีมอย่างช่วยไม่ได้