

ด้าน “โค้ชเตี้ย” กุนซือจอมปั้นเด็กส่งออกให้ทีมชาติพูดถึงตอนที่เห็นแววเจ้าไช้ ก่อนจะดึงมาร่วมทัพแอร์ฟอร์ซ ในช่วงต้นฤดูกาลว่า
“ผมเห็นรูปร่างกับความเร็วของเขา เห็นวันแรกเขามีเกมรุกที่ดีมีสปีดที่ใช้ได้ ซึ่งตอนแรกเราขาดในตำแหน่งนี้อยู่ ก็สามารถมาเติมเต็มให้กับเราได้ แต่จริงๆแล้ว ตอนแรกเราหาไม่ได้นะ เลยจำเป็นเอาเขาเข้ามา แต่มีคุณสมบัติที่เราต้องการเหมือนกัน”
“ไช้เป็นเด็กที่ตั้งใจ จนบางครั้งตั้งใจมากจนเกิดข้อผิดพลาดเองค่อนข้างเยอะ แต่ก็เริ่มดีขึ้น ปรับเคมีในร่างกายให้เข้ากับทีมได้ ตำแหน่ง และทฤษฎีรุกและรับของเขา ก็พอใจในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ดีมาก คงอาจจะต้องใช้เวลาหน่อยซึ่งจุดที่ต้องปรับจริงๆยังอยู่ที่เกมรับยังเข้าไม่แน่นเท่าไหร่ และการยืนตำแหน่งไม่ค่อยเนียน”
แต่พอถามอนาคตการรับใช้ทีมชาติในครั้งนี้ กุนซือแอร์ฟอร์ซกลับบอกว่า อาจจะยังเร็วเกินไปสำหรับตอนนี้ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นของเขา
“ถ้าเอาตรงๆของผมผมว่าเขาไม่ติดหรอก แต่ว่าการได้ไปสัมผัสบรรยากาศ การได้ไปเจอนักเตะรุ่นพี่ที่เป็นไอดอลของเขาอย่างธีราทร บุญมาทัน ต้องใช้คำว่าเข้าใกล้ฝันของนักฟุตบอลที่อยากรับใช้ทีมชาติ”
“และนี่จะเป็นจุดที่เป็นแรงบันดาลใจกลับมาซ้อมต่อที่สโมสร และมุ่งมั่นที่อยากจะกลับไปจุดนั้นอีกครั้ง”
คงต้องมาติดตามกันว่า วันชัย จารุนงคราญ จะสามารถพิสูจน์ตัวเองให้โค้ชมิโลวาน ราเยวัช ได้เห็นและประทับได้มากแค่ไหน และเชื่อว่าในอนาคตอาจจะเป็นกำลังหลักสำคัญของทีมชาติไทยได้แน่นอน
ซึ่งทีมชาติไทยจะมีการเก็บตัวทำศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ในวันที่ 21 สิงหาคม ก่อนจะมีโปรแกรมเปิดบ้านเจอกับอิรักในวันที่ 31 สิงหาคม และออกไปเยือนเล่นเกมในนัดสุดท้ายพบดับ ออสเตรเลีย วันที่ 5 กันยายน
