เอเชีย ทีมชาติไทย

5 สิ่งที่ทีมชาติไทยเรียนรู้จากรายการ เอเอฟซี ยู19 แชมเปี้ยนชิพ 2018

แม้เราจะพลาดโอกาสไปฟุตบอลโลก ยู20 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่ก็ใช่ว่าทัวร์นาเมนต์จะเสียเปล่าซะทีเดียว และนี่คือ 5 สิ่งที่เราเรียนรู้จากรายการระดับทวีปครั้งนี้ เพื่อต่อยอด แก้ไขปรับปรุงในวันข้างหน้า

5. ความต่างของแข้งตัวหลักและผู้เล่นคนอื่นๆ

กฤษดา กาแมน, สิทธิโชค ภาโส, กรวิชญ์ ทะสา กับ เอกนิษฐ์ ปัญญา พลาดทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่องอื่นๆ เช่น PSSI Invitation และการได้ทั้ง 4 แข้งตัวหลักในรุ่นอายุนี้มาร่วมทัพในรายการ เอเอฟซี ยู19 ถือเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บให้ทัพ “ช้างศึก” ได้ไม่น้อย พวกเขาเสริมสร้างความแตกต่างได้มากทั้งในเกมรุกและรับ แสดงให้เห็นถึงความห่างระหว่างจากนักเตะสำรองคนอื่นๆ

4. ประสบการณ์เกมลีกสร้างความแตกต่างได้เยอะ

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการนักเตะแต่ละคน อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าสำคัญลำดับคือโอกาสลงเล่นเกมลีก

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่ได้สัมผัสเกมอย่างต่อเนื่องตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาระหว่างถูกยืมตัวที่ เชียงราย ซิตี้ และ เชียงใหม่ เอฟซี ความเก๋าที่เข้ามาเสริมกับทักษะบอลที่มีอยู่แล้ว ช่วยให้เขาเล่นได้อย่างสม่ำเสมอทุกครั้งที่ลงสนาม หรือจะเป็นเด็กอายุ 16 อย่าง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่มีเวลาลงเล่นทั้งปีมากเท่าๆ กับรุ่นพี่ สิทธิโชค ภาโส และมันก็แสดงออกมาในผลงานส่วนตัว (ฤดูกาลนี้ ศุภณัฏฐ์ เล่นทุกรายการ 251 นาที ส่วน สิทธิโชค เล่นทั้งหมด 260 นาที)

3. เด็กชุดนี้มีศักยภาพ สมควรได้ไปต่อ(ยาวๆ)

เขาใจว่าแฟนบอลทุกคนคงผิดหวังที่เราต้องตกรอบจนอดไปฟุตบอลโลก ยู20 แต่ต้องขอเตือนว่าอย่าใจร้าย ไปซ้ำน้องๆ เขากันนักเลย โดยรวมเราควรพอใจกับการผ่านรอบแบ่งกลุ่ม สู้กับ กาตาร์ แชมป์กลุ่ม เอ ได้สูสีก่อนสกอร์จะไหลช่วงต่อเวลา และหากวัดกันที่เฉพาะความสำเร็จ เด็กชุดนี้ทำได้ดีกว่าผู้เล่นอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ หรือ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่ไม่สามารถแม้แต่จะผ่านรอบแบ่งกลุ่มในปี 2012

บางทีมันอาจถึงเวลาแล้วที่เราควรอดทน ยึดมั่นกับแผนการทำทีมระยะยาว ให้เวลา ให้โอกาสเด็กไม่ต่อยอดสิ่งที่มีและแก้ไขสิ่งที่ด้อย ไม่แน่วันข้างหน้าหากมีนักเตะ 2-3 คนจากชุดนี้ได้ขึ้นไปอยู่ทีมชุดใหญ่ ก็ถือว่าชุดเยาวชนได้ทำหน้าที่ของมันเรียบรอยแล้ว

2. แทคติกเรายังไม่รัดกุมพอ

การเสียถึง 14 ประตูจาก 4 นัดถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เด็ดขาด และที่แย่ไปกว่านั้นถือวิธีที่เราเสียประตูเหล่านั้น เริ่มจาก อิรัก ที่ยิงประตูทั้งหมดของเขาได้ในนัดเปิดสนามกับเรา โดยทั้ง 3 ประตูที่เราเสียล้วนมาจากจังหวะที่เราเสียความคอมแพค เปิดพื้นที่ระหว่างกองกลางและกองหลังจนเกินไปจนเขาเจาะทะลุแกนกลางสนามเราได้สบายๆ

ในขณะที่เกมกับ ญี่ปุ่น กฤษดา กาแมน ซึ่งรับบทบาทเซ็นเตอร์แบ็คฝั่งขวา ในระบบหลัง 3 ก็ถูกดึงออกมาปิดจังหวะตัวต่อตัวกับ ฮิโรกิ อาเบะ (หนึ่งในตัวอันตรายที่สุดของทัพ ซามูไร) ทุกครั้งที่ ญี่ปุ่น วางบอลยาวเปลี่ยนแกนจากฝั่งขวาของเขา มาด้านซ้าย

เกมสุดท้ายกับ เกาหลีเหนือ ก็เป็นอีกครั้งที่เราเสียประตูเพราะขาดความคอมแพค โดนเจาะง่ายๆ ด้วยบอลทะลุช่องลูกเดียว

จนมาถึงนัดชี้ชะตากับ กาตาร์ ที่เราก็ยังเสียประตู 4-3 แบบเดิมราวกับกำลังดูภาพซ้ำ โดยจังหวะนั้น ไทย เสียบอลขณะเล่นเกมรุก เหลือผู้เล่นช่วยเพรสซิ่งแดนกลางเพียงคนเดียวทำให้ กาตาร์ วางบอลยาวข้ามแนวรับเราให้ โอมารู หลุดไปยิงง่ายๆ

1. ทีมชาติไทยรุ่นนี้ยังคงต้องมองหาผู้รักษาประตูสไตล์ ‘โมเดิร์น’ ต่อไป

รายการนี้ทีมชุด ยู19 ใช้ผู้รักษาประตูทั้งหมด 2 คน แต่ก็เหมือนยังไม่มีใครตอบโจทย์นี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น กฤศน์วัต คงคต ที่มีข้อผิดพลาดเกมกับ ญี่ปุ่น หรือ นพพล ละครพล ที่มีปัญหาในการออกมาตัดบอลในจังหวะที่แนวรับขยับบีบพื้นที่สูง

ดาวเด่นประจำทัวร์นาเมนต์ - กรวิชญ์ ทะสา

“เจ้าซัน” กรวิชญ์ ทะสา เล่นให้ทีมชาติไทยเต็มทั้ง 4 เกมโดยไม่ถูกเปลี่ยนตัวออกเลย ซัดไป 4 ประตู คว้าเจ้าของดาวซัลโวของทีมไปครอง

แนวความเร็วของศูนย์หน้า “กิเลนผยอง” คืออาวุธเด็ดในเกมส่วนกลับของไทย กรวิชญ์ ไม่เคยกลัวที่จะลองจบสกอร์และยิงประตูสำคัญให้ทีมได้หลายครั้งไม่ว่าจะเป็นลูกไล่ตาม 3-2 ในเกมกับ กาตาร์ หรือประตูชัยในนัดชี้เป็นชี้ตายกับ เกาหลีเหนือ