
พิษสงของอาเดรียโน เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นที่ประจักษ์อีกครั้ง หลังการลงสนามในสีเสื้อของเอฟซี โซล ทำการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2016 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ นัดแรกของทีม ที่ต้องบุกมาเยือนถิ่นบุรีรัมย์ สเตเดียม ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนจะจบเกมดังกล่าวไปด้วยชัยชนะอย่างท่วมท้นเอาชนะไปด้วยสกอร์ 6 – 0 โดย อาเดรียโน ทำได้ถึง 4 ประตู เรียกได้ว่าฝากฝันร้ายไว้กับแฟนๆและแข้งปราสาทสายฟ้าถึงถิ่น
อย่างไรก็ตามในปีดังกล่าวที่ถือเป็นช่วงพีคที่สุดของ อาเดรียโน แต่กลับพาเอฟซี โซล ไปไม่ถึงฝันเมื่อต้องจอดเพียบรอบรองชนะเลิศ เอเอฟซี แชมปเปียนส์ลีก ด้วยการพ่ายแพ้ต่อ ชุนบุค ฮุนได ทีมร่วมลีกที่สามารถคว้าแชมป์เอเชียได้ในปีนั้น แต่เจ้าตัวก็ได้รับรางวัลดาวซัลโวสูงสุดในรายการนี้ไปเป็นเกียรติประวัติของตัวเอง
อย่างไรก็ตามถึงแม้แข้งแซมบ้ารายนี้จะไม่ได้ชูถ้วยแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย เขาก็สามารถพา เอฟซี โซล คว้าโทรฟี่แชมป์เคลีกได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นแชมป์สมัยที่ 6 ของสโมสรอีกด้วย
หลังจากจบฤดูกาลดังกล่าว อาเดรียโน ตัดสินใจบอกลาชีวิตค้าแข้งที่เกาหลีใต้ย้ายไปร่วมทีม ฉือเจียจวง เอเวอร์ไบรท์ ทีมลีกรองของจีน ด้วยค่าตัว 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 150 ล้านบาท พร้อมรับค่าเหนื่อยสูงถึง 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมาณ 100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสูงกว่าที่เอฟซี โซล ให้ถึง 6 เท่า
อาเดียโน ลงเล่นให้กับ ฉือเจียจวง เอเวอร์ไบรท์ ไปทั้งสิ้น 24 นัดยิง 10 ประตู ก็ตัดสินใจย้ายกลับมาค้าแข้งในเคลีกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไปร่วมทีม ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ ซึ่งปัจจุบันยิงไปแล้ว 4 ประตูในเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2018 รอบแบ่งกลุ่ม พาทีมเข้ารอบน็อคเอาท์มาพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
จากนักเตะโนเนมสัญชาติบราซิลเลียนรายหนึ่ง ที่แทบจะไม่มีเกียรติประวัติส่วนตัวที่ยิ่งใหญ่ และประสบความสำเร็จกว่าแข้งชาวแซมบ้าคนใดมากนัก มาวันนี้ดาวเตะเจ้าของฉายา “อาเดรียโน ไมเคิล แจ็คสัน” พิสูจน์ให้เห็นแล้ว และน่าสนใจว่าการที่เขาจะได้พบกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกครั้งในถ้วยเอเชียนี้ เขาจะแผลงฤทธิ์และจะเป็นหนามยอกอกทีมแชมป์ลีกประเทศไทยต่อไปหรือไม่…