

เมื่อมีโอกาสได้กลับมาเล่นในตำแหน่งที่ชอบ ก็ใช่ว่าจะต้องปล่อยให้พรสวรรค์พาไป เพราะ “โก้” ก็ต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะตำแหน่งที่มีที่ว่างในสนามเพียงแค่ที่เดียวนั่นคือผู้รักษาประตู ซึ่งกว่าที่เขาจะก้าวขึ้นมายึดมือหนึ่งในได้ นายทวารแข้งเทพก็ต้องแข่งขันกับคนอื่นๆและผ่านบททดสอบหลายๆอย่างที่ไม่ค่อยพบเห็นในบ้านเรามาแล้ว
“ผมต้องซ้อมหนัก สำหรับผมชอบไปเล่นฟิสเนส เลิกเรียนก็ไปฟิตเนสก่อน และค่อยไปซ้อม ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ โค้ชบอกผู้รักษาประตูต้องตัวใหญ่และแข็งแรง ผมเลยหาเวลาไปฟิตเนส นอกเวลาซ้อมตลอด”
“หลังจากเรียนด้วยและซ้อมบอลกับชุดเยาวชนไปด้วย ผมได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ อายุ 16 ตอนคัดตัวนี่ยากมาก เพราะคนเยอะมาก บางคนก็ได้เซ็นสัญญา บางคนก็ไม่ได้ อีกอย่างการแข่งขันสูงมากๆถึงขนาดที่ว่า เมื่อเวลาเราทำพลาดเพื่อนที่เล่นตำแหน่งเดียวกันก็จะแสดงอาการดีใจออกมาเลยนะ เพราะเขาคิดว่าเราพลาดและจะได้เข้ามาแทนเรา ไม่เหมือนที่นี่ มีพี่ต้น(กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก), พี่เจ (วรุฒ เมฆมุสิก) เป็นเพื่อนกันคอยบอกคอยสอน แต่มันก็เป็นเรื่องปกติของที่นั่นนะ เพราะผมก็ทำแบบนั้น (หัวเราะ)”

“เคยเถียงกับโค้ช (หัวเราะ) เพราะว่าเกมนั้นผมเสียประตู เพราะทีมคู่แข่งเปิดบอลเข้ามา ผมออกมาคว้าบอลและบอกเพื่อนว่าปล่อย แต่เขาก็ยังเล่นเลยทำให้บอลเข้าประตู ซึ่งตอนพักครึ่งโค้ชก็มาบอกว่ามันเป็นความผิดของผม แต่ผมไม่เห็นด้วย เลยเถียงกับเขาว่าผมไม่ได้ผิด ผมสั่งเขาแล้ว และโค้ชก็เปลี่ยนตัวผมออกเลย ผมเลยตัดสินใจเก็บของกลับบ้านทันที ซึ่งหลังจากนั้นผมก็โดนลงโทษให้นั่งที่ข้างสนาม 1 สัปดาห์เต็มๆ (2 เกม) นอกจากวิ่งรอบสนามแล้ว ก็ไม่ได้แตะบอลเลย”
“จริงๆตอนนั้นโมโหมาก รู้สึกเศร้า รู้สึกผิด คิดว่าไม่ควรเถียงโค้ช ถ้าเงียบไปตั้งแต่ตอนนั้น ก็คงไม่โดนเปลี่ยนตัวออกตอนพักครึ่งและโดนดร็อบแบบนี้ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีเพื่อนๆมาให้กำลังใจ และโค้ชผู้รักษาประตูก็โทรมาปลอบใจผม ว่าเวลาโดนโค้ช (จ่ม) บ่นก็เก็บๆไว้อย่าไปแสดงออก ตอนนั้นผมโดนแบน 2 เกม แต่พอกลับมาก็ได้เล่นเป็นมือ 1 อีกครั้ง”