เอเชีย ฟุตบอลไทย

FIVE SWEET SPOTS: 5 บทเรียนช้างศึกบุกพ่ายซามูไรบอกลาบอลโลก

บอกลาบอลโลกครั้งนี้

การมาถึงรอบนี้ด้วยฐานะแชมป์กลุ่มของทีมชาติไทยถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง จนทำให้แฟนบอลลืมคิดไปกว่ายังมีอีก 11 ทีมหัวแถวของทวีปเอเชียที่ยืนขวางทางในการสร้างประวัติศาสตร์ไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกอยู่ และยิ่งเปิดตัวกับ ซาอุดิอาระเบีย ได้ดี เพราะว่าสู้ได้จนเกือบที่จะประเดิมแต้มแรก แต่ผ่านมาจนถึงวันนี้ 7 เกมทีมชาติไทยมีแค่ 1 คะแนนเท่านั้น ซึ่งอันดับที่ 3 โควตาเพลย์ออฟตอนนี้ ได้แก่ออสเตรเลียที่มี 13 คะแนน จากเกมที่เหลืออีก 3 เกมโอกาสเก็บแต้มสูงสุดของไทยคือ 10 คะแนน นั่นหมายความว่าเกมนี้ช้างศึกดับฝันที่จะไปฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการแล้ว

แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ว่าโลกจะสลายลงไปทั้งหมด ไทยยังเหลืออีก 3 เกมให้เล่นแบบไม่มีความกดดัน มองในอีกแง่นี่คือข้อดี และเป็นโอกาสที่ไทยจะได้ทดลองอะไรใหม่ๆ เช่นระบบการเล่นใหม่ๆ หรือว่าตัวผูเเล่นหน้าใหม่ๆนอกจากนี้แล้ว

โอกาสสำหรับการไปฟุตบอลโลก ก็ยังไม่ถือว่าปิดตายสำหรับในทีมชุดนี้ เพราะว่าบรรดาผู้เล่นตัวหลักๆ ยังอยู่ในอายุที่ยังสามารถเล่นในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกครั้งหน้าได้อย่างสบาย เช่น กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่เพิ่งจะอายุ 27 ปีในตอนนี้ หรือแกนหลักคนอื่นๆ อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ทริสตอง โด ล้วนแต่ไม่มีใครอายุเกิน 24 ปีทั้งนั้น หรือแม้แต่รุ่นพี่ในทีม อย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ในการคัดเลือกฟุตบอลโลกอีก 4 ปีข้างหน้าเขาก็เพิ่งจะอายุ 32 ปีเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้แก่เกินไปแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นช้างศึกควรเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงนี้แล้วนำมาพัฒนาต่อยอด อย่าทำให้ความพ่ายแพ้และความผิดหวังต้องสูญเปล่า