เอเชีย ฟุตบอลไทย

FIVE SWEET SPOTS: 5 บทเรียนช้างศึกบุกพ่ายซามูไรบอกลาบอลโลก

คืนสู่ระบบ 4-2-3-1

หลังจากที่เคยเปลี่ยนแผนมาเล่นในระบบ 3-4-1-2 กับทีมชาติออสเตรเลียแล้วปรากฏว่าทีมช้างศึกทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนเกือบที่จะพลิกล็อคเก็บสามแต้มมาได้จนทำให้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือของทีมใช้แผนนี้อีกครั้ง ในเกมกับ ซาอุดิอาระเบีย แต่ทั้งรูปเกมและผลการแข่งขัน ออกมาตรงกันข้าม จนทำให้เกมกับญี่ปุ่นมีการปรับเปลี่ยน ระบบการเล่นของทีมอีกครั้ง กลับมาใช้ระบบ 4-2-3-1

ซึ่งส่วนสำคัญคือการปรับระบบแผงหลังกลับมาเป็น แบ็กโฟร์ คู่เซนเตอร์ใช้ อดิศร พรหมรักษ์ กับ กรวิทย์ นามวิเศษ ส่วนแบ็กซ้ายมี พีระพัฒน์โน๊ตชัยยา ที่ได้ลงเล่นแทน ธีราทร บุญมาทัน ซึ่งติดโทษแบน และแบ็กขวายังคงเป็น ทริสตอง โด และมีกองกลางตัวรับสองคนที่คอยสกรีนอยู่ในแดนหน้าด้วยการดัน ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ ส่งวัฒนา พลายนุ่ม ลงประเดิมสนาม

ส่วนโครงสร้างในเกมรุกก็จัด อดิศักดิ์ ไกรษร ลงเป็นกองหน้าตัวเป้า และมี ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา และ สิโรจน์ ฉัตรทอง คอยทำเกมรุก ซึ่งระบบนี้ไทยสามารถต่อกรกับทีมแกร่งแบบญี่ปุ่นได้แบบมีทรง อ้างอิงจากสถิติการครองบอล และการสร้างสรรค์ โอกาสการทำประตูที่ทำได้ใกล้เคียงกัน แต่คุณภาพในการจบสกอร์ ทีมช้างศึกยังเป็นรองเยอะเลยทำให้สกอร์ ออกมาเป็นอย่างที่เห็น